กฎหมายคอมพิวเตอร์ (160)

กระบวนยุติธรรม (1865)

การเงินการคลัง (504)

การต่างประเทศ (550)

การทหาร (159)

การท่องเที่ยวและกีฬา (104)

การเมือง (1414)

การปกครอง (1628)

การปกครองส่วนท้องถิ่น (144)

การศึกษา (313)

เกษตรและสหกรณ์ (113)

เกาะติด กสทช. (118)

เกาะติดรัฐธรรมนูญใหม่ (76)

เกาะติดกฎหมายดิจิทัล (66)

คดีที่น่าสนใจ (1120)

คมนาคม (233)

ครอบครัวและเยาวชน (208)

งานวิจัยกฎหมาย (434)

ทรัพย์สินทางปัญญา (207)

ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (268)

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (396)

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) (115)

ผู้บริโภค (314)

พลังงาน (65)

พัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ (767)

พาณิชย์ (581)

ตำรวจ (198)

ภาษี-บัญชี (484)

แรงงาน (374)

วัฒนธรรม (60)

วิชาชีพกฎหมาย (1146)

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (176)

สวัสดิการ (310)

สาธารณสุข (324)

สิทธิมนุษยชน (861)

อุตสาหกรรม (332)

อสังหาริมทรัพย์ (122)

DOC ID LD743433

เรื่อง
สำนักข่าวอิศรา

POSTED วันที่ 15 ѹ¹ 2564

ศาลฎีกาฯนัดฟังคำสั่งรับฟ้อง...
ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำสั่งประทับรับฟ้องคดีฟุตซอลหรือไม่ 20 ธ.ค.2564 เวลา 10.00 น. รองโฆษกฯ อสส. แจงขั้นตอนกฎหมาย 'วิรัช - ทัศนี - ทัศนียา' 3 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ลุ้นต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ในวันเดียวกัน ส่วนวันนี้ อสส.ยื่นฟ้องผู้ต้องหาคดีนี้รวม 87 คน - ป.ป.ช.ขนเอกสารนับแสนแผ่นประกอบสำนวนคดี
 
เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2564 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการสำนักงานปราบปรามทุจริต นัดส่งตัวยื่นฟ้องผู้ต้องหาในคดีที่อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งฟ้อง นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร (วิปรัฐบาล) และพวก รวม 87 คน ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในคดีถูกกล่าวหาว่า ทุจริตการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างสนามฟุตซอลในพื้นที่ จ.นครราชสีมา รวม 7 สำนวน (สำนวนของนายวิรัช คือพื้นที่เขตการศึกษาที่ 2 จ.นครราชสีมา)
 
นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานอัยการคดีปราบปรามการทุจริต 2 นัดผู้ถูกกล่าว 87 คน รวมทั้ง นายวิรัช ให้มาพบพนักงานอัยการเพื่อนำตัวไปยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น นายวิรัช ได้มีหนังสือแจ้งขอเลื่อนการเข้ารายงานตัวกับพนักงานอัยการ เนื่องจากติดสมัยประชุมสภา ส่วนในภาพรวมวันนี้ ผู้ถูกกล่าวหาได้ทยอยเดินทางมารายงานที่สำนักงานอัยการสูงสุดตั้งแต่เวลา 07.30 น. รวมทั้งสิ้น 81 คน ส่วนอีก 6 คนได้ยื่นหนังสือขอเลื่อนการรายงานตัว ซึ่งรวมถึงนายวิรัชด้วย
 
ในส่วนผู้ต้องหาที่เดินทางมาในวันนี้ เมื่ออัยการนำตัวยื่นฟ้องแล้วจะต้องยื่นขอประกันตัวต่อไป ส่วนผู้ถูกกล่าวหาที่ไม่ได้มาในวันนี้ตามกฎหมายจะต้องแสดงตัวต่อศาลในการพิจารณาคดีครั้งแรก หรือนัดสอบคำให้การ โดยยังต้องติดตามต่อไปว่า หากพนักงานอัยการยื่นฟ้อง และศาลประทับรับฟ้องไว้พิจารณาจะมีคำสั่งให้นายวิรัชหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ทั้งนี้มีรายงานว่าได้มีการกำหนดวงเงินประกันครู คนละ 2 แสนบาท
 
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในส่วนของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เจ้าหน้าที่ได้ขนย้ายเอกสารประกอบสำนวนคดีนับแสนแผ่นไปที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา
 
ต่อมา เมื่อเวลา 19.20 น. นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยสำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ว่า หลังจาก อสส.ได้ดำเนินการยื่นฟ้องแล้ว ขั้นตอนต่อไปตามกฎหมาย ศาลฎีกาจะนัดประชุมใหญ่ศาลฎีกา เพื่อเลือกองค์คณะผู้รับผิดชอบเฉพาะคดีนี้ 9 คน เป็นองค์คณะผู้พิพากษาผู้รับผิดชอบพิจารณาคดีจากนั้นท่านผู้พิพากษาจะทำการตรวจคำฟ้อง พร้อมกับตรวจสำนวนคดีที่ ป.ป.ช.ส่งมา โดยจะนัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องคดีนี้หรือไม่ ในวันที่ 20 ธ.ค.2564 เวลา 10.00 น.
 
นายประยุทธ กล่าวด้วยว่า หากในวันที่ 20 ธ.ค. ศาลประทับรับฟ้องก็จะนัดเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป ทั้งนี้มีประเด็นที่หลายคนสนใจก็คือผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ซึ่งกรณีนี้มี ส.ส. 3 คน พรรคพลังประชารัฐ คือ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ , นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ส.ส.นครราชสีมา และ นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ ส.ส.นครราชสีมา
 
โดยรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 วรรคสาม บัญญัติว่า “เมื่อศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประทับรับฟ้องให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลฎีกาหรือศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น”
 
ขณะที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
 
พ.ศ.2561 มาตรา 81 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “ในกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองประทับฟ้องตามมาตรา 77 ให้ผู้ถูกกล่าวหาหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น”
 
และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 17 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า “เมื่อศาลประทับรับฟ้อง ให้ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งดำรงตำแหน่งตามมาตรา 10 (1) กรรมการ ป.ป.ช. หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะมีคำพิพากษา เว้นแต่ศาลจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น”
 
 
 
.........................
ที่มาข่าว : https://www.isranews.org/article/isranews/102446-isranews_new-10.html